Cut #4 ฉวยโอกาสใจตัวเอง
#กานต์ผู้ที่ยับยั่งใจตัวเอง
“เฮ้ยยยยยยยยยยยยย จะพาไปไหนนนน
ผมมองใบหน้าของร่างเล็กที่มีอาการ เมาหลังการที่ได้ปาร์ตี้การอย่างไม่นึกคิดถึงว่า พรุ่งนี้มีเรียนเช้า ด้วยสีหน้าที่แดงก่ำ แก้มสองข้างแดง คล้ายมีเลืดดฝาด ที่เกิดจากการดื่มเหล้าเข้าไป
โดยไม่น้อย
ผมประคองร่างเล็กเดินไปขึ้นรถของม่อนที่ได้เอากุลแจจากมันมา
“นี่ เดินดีๆหน่อย
“ ผมประครองร่างเล็กไว้ในอ้อมกอด ด้วยแขนยาวสองข้างไว้ ขาทั้งสองขาข้างของเขาเริ่มอ้อนแรง จนร่างเล็กเกือบล้น ผมดึงร่างเขาที่หมดแรง ไว้ในอ้อมแขนสองข้างของผม แล้วพาขึ้นรถ กลิ่นเหล้าแล้วกลิ่นร่างกายที่หอมอ่อนๆของเขา
ทำให้ผมหันไปจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายอย่าที่ไม่แค่ทำมาก่อน ที่นั้งอยู่เบาะข้าง ใบหน้าเล็ก ดวงตาเรียวยาว ริมฝีปากบางแดงอมชมพู ที่เกิดจากอาการมึนเมา ที่ยังคงบ่นงืมง่ำ อยู่ไม่ยอมหยุด เขาหันมามองหน้าผมอย่ามึนงง ผมสองคนจองหน้ากันสักพัก ก่อนที่ผมจะดึงสติตัวเองกลับมา แล้วเผื่อทำอะไรลงไปโดยไรสติ
ผมพาร่างเล็กมายังที่คอนโด ของตัวเองโดยที่ไม่ได้คิดว่าร่างเล็กที่ได้ประครองขึ้นมาจะอยากมาหรือป่าว ด้วยการเมาของเขาที่ยังไม่ค่อยมีสติเท่าไรเลยคิดว่าเป็นห้องของตัวเอง
เข้ามาถึงเตียงผมประครองร่างเล็กว่างลงบนเตียง ผมเข้าไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้อีกฝ่าย เพราะอยากให้นอนสบายตัวขึ้น
แล้วตอนที่กำลังเช็ดหน้าให้ร่างเล็กนอนอยู่เข้ากับรู้สึกตัวขึ้นมา แล้วจับมือผมที่กำลังเช็ดหน้าให้เขามาประกบกับใบหน้าที่ร้อนเผล่ามีสีแดงก่ำของเลือดฝาดพร้อมลืมตาขึ้นมาหงอยจองหน้าผมที่กำลังก้มเช็คหน้าด้วยสายตาเหมือนแมวที่กำลังง่วงเต็มที่
“เมาไหม?”
ผมเอ่ยถามอีกฝ่ายที่กำลังจองหน้าผมอยู่ พร้อมทั้งยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาจับใบหน้า
ของผม ด้วยความที่คิดว่าเป็นผู้ที่เป็นใครสักคน ที่เขากำลังคิดอยู่ในหัว ด้วยแววตาที่เป้นประกายเหมือนคนผู้นั้นอยู่ตรงหน้า โดยที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ
เจ้าตัวพูดขึ้นว่าเหมือนละเมอ ออกมาแบบไม่ชัด ฟังดูแล้วจับคำไม่ได้ว่าอีกฝ่ายพูชื่อใคร
พร้อมทั้งดึงตัวผมเข้าไปกอดด้วยที่ตัวเองยังไม่ได้สติ
ผมเข้าใจว่า เขาคงเมาแล้วทำไรไปโดยที่ตัวเองไม่รุ้ตัวว่ากำลังกอดผมอยู่
ด้วยแขนเล็กที่โอบรอมตัวผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ผมเลยค่อยๆจับแขนเขาที่กำลังกอดตัวผมไว้แน่นออกเบาๆ แล้วบอกให้ อีกฝ่ายว่า
”เมาแล้วก็นอนเถอะ “
ด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนจะง่วงเอามากๆ ผมก้มลงมองใบหน้าเขาที่ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน
จากใบหน้าที่นิ่งๆ ไม่ยิ้ม กับเปลี่ยนไป ด้วย ฤทธิ์ ของเหล้าที่ดื่มเข้าไป จนแก้มสองข้างเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ริมฝีปากอมชมพู ขนตาเรียบงอน ที่มองแล้วมีเสน่ห์ อย่างบอกไม่ถูก
เมื่อมองนานๆเหมือนตกอยู่ในมนสะกด
ผมจ้องหน้าของร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงในขนะที่มือทั้งสองข้างของเขายังคงพยามดึงมือผมไปประกบกับแก้มที่แดงร้อนอยู่อย่างกระทันหัน แบบนั้นไม่ยอมปล่อย
จนตัวผมเองเสียการทรงตัวล้มลงทับตัวของเขาบนเตียง กว้าง
ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ด้วยตัวที่หอมปนกับกลิ่นเหล้าอ่อนของอีกฝ่าย
ทำให้ผมใจเต้นแรง ร่าวกับจะทะลุออกมาข้างนอก
“ทำไม่ใจเต็นแบบนี้ว่า กานต์”
เขายังคงกอดผมแน่นด้วยอาการที่ยังเมาอยู่นั้นแหละ
“ที่หลังอย่าไปเมาแล้วกอดใครแบบนี้นะ”
“กอดไม่ได้หรอ?”
เจ้าตัวที่เอ่ยขึ้นมาแบบนั้นยังคงกอดลัดตัวผมไว้แล้วยิ่งไปกว่านั้น ป่านยังคงละเมอพูดซ้ำๆ
“กอดไม่ได้หรอ”
พร้อมเอาจมูกเข้ามาซุกเข้าที่ซอกคอผมงหอมเข้าที่คอผมเรื่อยๆตัวเขาดึงผมครอมตัวเขาไว้บนเตียงแบบนั้น
จนตัวผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองถูกดึงลงหลุมวงมนต์สะกดของเขาอย่าง
ที่ทำให้ผมไม่สารมารสจะยับยั่งใจตัวเองไม่ได้ ทั้งที่คนตรงหน้าผมไม่ใช่
สเปกของผมเลยด้วยซ่ำ แต่เขาทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองจะหักห้ามใจไม่ให้ทำอย่างที่ใจคิดไม่ได้
ริมฝีปากของผมแนบเข้าหาริมฝีปากของอีกฝ่านแน่นเหมือนมีแรกดึงดูแบบอีกฝ่ายไม่ทั้นตั้งตัว
ผมดูดกลิ่บปากบางที่ร้อนผราวนั้นแบบลงน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆอีกฝ่าก้เม้มตอบเป็นจังหวะ
ลิ้นที่เกี่ยวเข้ากับลิ้นอีกฝ่าย อย่างดูดดึม สัมผัสที่รับรู้เหมือนผมหลงรักรอยจูบริมฝีปากบางอันนี้อย่างที่ไม่อยากแย่กออกจากมัน จนผมดึงสตีตัวเองขึ้นมาได้อีกครั้ง
ว่า ผมจะทำตามใจตัวเองตอนที่อีกฝ่ายไม่รู้สึกตัวแบบไม่รู้ตัวแบบนี้ไม่ได้
ผมจงปล่อยให้อีกฝ่ายหลับไปจนสนิท
............................................................................................................................................
#หอมปากหอมคอไว้แค่นี้ก่อนนะค่ะ
ความรู้สึกขอองกานต์ที่มีต่อป่านเริ่มรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
ป่าน เจ้าแมวของเราจะรู้สึกแบบเดี่ยวกับกานต์ไหม ?
ติดตามต่อใน จอยลดา ตอนหน้านะค่ะ
........... #เจ้าแมว แมวกูใครอย่าแตะ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น